ขอเชิญเสนอผลงานเพื่อขอรับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2564​ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)…

[ad_1]

ขอเชิญเสนอผลงานเพื่อขอรับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2564​ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยได้แบ่งการให้รางวัล ออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้
1.รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ
2.รางวัลผลงานวิจัย
3.รางวัลวิทยานิพนธ์
4.รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น
ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มการเสนอผลงานฯ และเสนอผลงานเพื่อขอรับ รางวัลฯได้ที่เว็บไซต์ http://nriis.nrct.go.th พร้อมแนบไฟล์เอกสารที่เกี่ยวข้องในรูปแบบ PDF ในระบบ ให้ครบถ้วน ระหว่างวันที่ 7 – 31 พฤษภาคม 2563
☎️0 2579 1370 – 9 ต่อ 506 – 509 ในวัน และเวลาราชการ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ที่ rekm@nrct.go.th


[ad_2]

Source

11 มหาวิทยาลัยไทย ติดอันดับโลก ใน Round University Ranking (RUR) Round University Ranking (RUR) ได้…

[ad_1]

11 มหาวิทยาลัยไทย ติดอันดับโลก ใน Round University Ranking (RUR)

Round University Ranking (RUR) ได้ประกาศ World University Rankings หรือผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยของโลก ในปี 2020 ทั้งหมด 1,100 แห่ง โดยครอบคลุม 80 ประเทศทั่วโลก ซึ่งมีมหาวิทยาลัยใประเทศไทยถึง 11 แห่ง ที่ติดอันดับนี้ครับ

RUR เป็นสถาบันจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกจากสหพันธรัฐรัสเซีย โดยใช้ข้อมูลจาก Clarivate Analytics ในการวิเคราะห์ข้อมูลและประมวลผล การจัดอันดับของ RUR ใช้หลักเกณฑ์ 20 ตัวชี้วัด ซึ่งแบ่งเป็นการจัดอันดับ 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการสอน (Teaching), ด้านการวิจัย (Research), ด้านความหลากหลายของความเป็นนานาชาติ (International Diversity) และด้านความยั่งยืนทางการเงิน (Financial Sustainability) ครับ

ในปีนี้ มี 2 มหาวิทยาลัยของไทยที่ติดอยู่ในอัน 500 ประเทศแรกของโลก คือ มหาวิทยาลัยมหิดล ในอันดับที่ 399 ซึ่งขึ้นมาจากปีที่แล้วถึง 29 อันดับ (ปี 2019 อยู่ในอันดับที่ 428) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในอันดับที่ 406 ซึ่งขึ้นมาจากปีที่แล้ว 16 อันดับ (ปี 2019 อยู่ในอันดับที่ 422) นอกจากนั้น ยังมีอีก 9 มหาวิทยาลัยที่ติดใน 1,100 อันดับของโลกนี้ ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ตามลำดับ

เป็นที่น่ายินดีที่มหาวิทยาลัยไทยหลายแห่งมีคุณภาพติดอันดับโลก และบางมหาวิทยาลัยมีอันดับที่ดีขึ้น กระทรวง อว.ให้ความสำคัญต่อคุณภาพของมหาวิทยาลัยเป็นอย่างมาก เนื่องจากเราต้องการให้มหาวิทยาลัยใช้พลังปัญญาในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ จึงจำเป็นที่จะต้องพัฒนาคุณภาพของมหาวิทยาลัยให้ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับโลกตามนโยบายพลิกโฉมมหาวิทยาลัยหรือ Reinventing University ที่ผมเคยได้ประกาศไว้ เราสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยปฏิรูประบบบริหารและมุ่งเน้นในการพัฒนาจุดเด่นของแต่ละมหาวิทยาลัยที่แตกต่างกันให้ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด ขณะนี้เราได้ให้มหาวิทยาลัยประเมินว่าเหมาะที่จะเป็นมหาวิทยาลัยที่มีจุดเด่นในรูปแบบใด เพื่อทาง อว.จะได้มีแนวทางในการสนับสนุนใน จุดเด่นนั้นๆตามศักยภาพและความโดดเด่นของแต่ละมหาวิทยาลัยครับ

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมของการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโดย RUR ในปีนี้ และปีที่ผ่านมาได้ที่นี่ครับ

https://roundranking.com/ra…/world-university-rankings.html…


[ad_2]

Source

ดร. วันทนา ศิวะ นักฟิสิกส์ชาวอินเดียผู้กลายมาเป็นนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมและอาหาร ให้แง่คิดที่น…

[ad_1]

ดร. วันทนา ศิวะ นักฟิสิกส์ชาวอินเดียผู้กลายมาเป็นนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมและอาหาร ให้แง่คิดที่น่าสนใจเกี่ยวกับ “ไวรัส มนุษยชาติ และโลก” ไว้ว่า
ไวรัสจิ๋วๆทำให้โลกต้อง lockdown เศรษฐกิจทั่วโลกปิดฉาก ดับชีวิตคนเรือนแสน ตัดการทำมาหากินคนนับล้าน
โคโรน่าไวรัสบอกให้เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับตัวเองในฐานะมนุษย์ กระบวนทัศน์หลักทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี รวมทั้งโลก?
อันดับแรกสุด การ lockdown เตือนให้เราตระหนักว่าโลกมีไว้สำหรับทุกสปีชีส์ เมื่อเราถอยออกไป ทำให้ถนนปลอดรถ มลพิษในอากาศจึงลดลง ช้างจึงออกมาย่านชานเมืองและอาบในแม่น้ำคงคา เสือดาวออกมาเพ่นพ่านแถว Chandigarh
บทเรียนบทที่ 2 คือ โรคระบาดนี้ไม่ใช่ “ภัยธรรมชาติ” เช่นเดียวกับที่การแปรปรวนของสภาวะอากาศไม่ใช่ “ภัยธรรมชาติ” โรคระบาดอุบัติใหม่เกิดจาก “การกระทำของมนุษย์” เช่นเดียวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศ
วิทยาศาสตร์บอกเราว่า ขณะที่เรารุกรานระบบนิเวศในป่า ทำลายบ้านของสปีชีส์ต่างๆ เอาพืช-สัตว์มาสร้างผลกำไรนั้น เราสร้างเงื่อนไขให้เกิดโรคใหม่ๆขึ้นมา 50 ปีที่ผ่านมานี้มีจุลินทรีย์ก่อโรคใหม่ๆเกิดขึ้นมา 300 ชนิด 70% ของเชื้อก่อโรคในมนุษย์ ซึ่งรวมถึง HIV, อีโบล่า ไข้หวัดใหญ่ MERS และ SARS เกิดขึ้นมาเมื่อระบบนิเวศในป่าถูกรุกราน ไวรัสจึงกระโดดจากสัตว์มาที่คน เมื่อสัตว์แออัดกันอยู่ในฟาร์มโรงงานเพื่อผลกำไรสูงสุด โรคใหม่ๆอย่างหวัดหมู หวัดนก ก็แพร่กระจาย
ความโลภของมนุษย์ โดยขาดความเคารพต่อสิทธิของสปีชีส์อื่น หรือกระทั่งมนุษย์ด้วยกันเอง คือรากเหง้าของโรคระบาดครั้งนี้ รวมทั้งโรคที่จะระบาดในอนาคต เศรษฐกิจโลกที่อยู่บนพื้นฐานของภาพลวงตาแห่งการเติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด แปลมาเป็นความกระหายอย่างไร้ขีดจำกัดต่อทรัพยากรโลก ซึ่งแปลมาเป็นการล่วงละเมิดอย่างไร้ขีดจำกัดต่อขอบเขตของโลก ขอบเขตของระบบนิเวศ และขอบเขตของสปีชีส์อีกต่อหนึ่ง
บทเรียนบทที่ 3 ซึ่งไวรัสปลุกให้เราตื่นขึ้นมารับรู้คือ ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขเกี่ยวเนื่องกับภาวะฉุกเฉินแห่งการสูญพันธุ์และหดหายของสปีชีส์ เกี่ยวเนื่องกับภาวะฉุกเฉินด้านสภาวะอากาศ เมื่อเราเอายาพิษมาฆ่าแมลง ปราบศัตรูพืช วิกฤตการสูญพันธุ์จึงเลี่ยงไม่พ้น เมื่อเราเผาฟอสซิลคาร์บอน ซึ่งโลกใช้เวลากว่า 600 ล้านปีแปลงเป็นฟอสซิล เราก็ล่วงละเมิดขอบเขตของโลก ผลที่ตามมาคือการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศ
วิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่า หากมนุษย์ไม่ยุติการทำสงครามต่อโลกและสปีชีส์ต่างๆในโลกเช่นนี้ ในเวลาร้อยปีเราก็จะทำลายสภาวะที่เอื้อให้มนุษย์วิวัฒน์และอยู่รอดได้ไปเสีย เราจะสูญพันธุ์ตามสปีชีส์อื่นๆ 200 สปีชีส์ที่กำลังถูกย่ำยีให้สูญพันธุ์อยู่ทุกวันนี้ เราจะกลายเป็นอีกหนึ่งในล้านสปีชีส์ที่ถูกคุกคามจนใกล้สูญพันธุ์ เพราะความโลภ โอหัง และขาดความรับผิดชอบของมนุษย์
ภาวะฉุกเฉินที่เป็นอันตรายต่อชีวิตทั้งปวงในยุคสมัยของเรา มีรากเหง้ามาจากโลกทัศน์กลไกที่เน้นการใช้กำลังอำนาจ และยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง มองมนุษย์โดยแยกออกจากธรรมชาติ เป็นนายเหนือโลก สามารถครอบครอง ควบคุม และนำสปีชีส์อื่นๆมาใช้เพื่อผลกำไรตามต้องการได้ ไม่เพียงแต่เท่านั้น ยังมีรากเหง้าอยู่ในโมเดลเศรษฐกิจที่เห็นขีดจำกัดทางนิเวศและจริยธรรมเป็นอุปสรรคซึ่งจะต้องกำจัดออกไป เพื่อขยายการเพิ่มพูนของผลกำไรอีกด้วย โมเดลแบบนี้ไม่คำนึงถึงสิทธิของแม่พระธรณี สิทธิของสปีชีส์อื่น สิทธิของมนุษย์ และสิทธิของชนรุ่นหลังเลย
ระหว่างวิกฤตครั้งนี้ ตลอดจนการฟื้นตัวภายหลังการ lockdown เราจะต้องเรียนรู้ที่จะปกป้องโลก ระบบภูมิอากาศของโลก สิทธิและพื้นที่ทางนิเวศของสปีชีส์อื่นๆ ชนพื้นเมือง สตรี กสิกร และคนงาน
เราจะต้องเปลี่ยนจากเศษฐกิจแห่งความละโมบและการเติบโตอย่างไม่มีขีดจำกัด ซึ่งผลักเราไปสู่วิกฤตแห่งการดำรงชีวิต เราจะต้องตื่นขึ้นรับรู้ความจริงว่า เราเป็นสมาชิก “ครอบครัวโลก” และเศรษฐกิจที่แท้คือ “เศรษฐกิจแห่งความเอาใจใส่ดูแล” ทั้งต่อโลกและต่อกันเอง
การที่จะหลีกเลี่ยงโรคระบาดในอนาคต ความอดอยากในอนาคต และความเป็นไปได้ที่จะมีคนพวกที่ไม่ต้องคำนึงถึงได้ เราจะต้องก้าวให้พ้นจากระบบเศรษฐกิจที่กลายเป็นอุตสาหกรรมไปหมดและแผ่ไปครอบทั่วทั้งโลก ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศ ทำลายสปีชีส์ต่างๆจนสูญพันธุ์ และทำให้โรคที่คุกคามชีวิตแพร่ระบาด การจำกัดวงอยู่ตามท้องถิ่นจะเปิดให้มีความหลากหลายทางชีวภาพ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม และเศรษฐกิจท้องถิ่นรุ่งเรือง
เราจะต้องลดรอยเท้านิเวศลงอย่างตระหนักรู้ เพื่อจะได้เหลือทรัพยากรและพื้นที่ทางนิเวศให้สปีชีส์อื่นๆ มนุษย์ทั้งมวล และชนรุ่นหลัง
ภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพและการ lockdown แสดงให้เห็นแล้วว่า เมื่อมีเจตจำนงทางการเมือง เราสามารถเสริมสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่นขึ้นได้ เรามาทำให้การเสริมสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่นนี้เป็นเรื่องถาวรกันเถอะ
ประสบการณ์จากนวธัญญะสอนเรามากว่า 3 ทศวรรษแล้วว่า ระบบอาหารอินทรีย์ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพจากท้องถิ่น ช่วยให้ทุกคนมีอาหารที่ถูกสุขลักษณะ พร้อมกับชุบชีวิตให้ผืนดิน น้ำ และความหลากหลายทางชีวภาพ ความมั่งคั่งหลากหลายทางชีวภาพในป่า ไร่นา อาหารของเรา microbiome ของเรา เชื่อมโยงโลก สปีชีส์ที่หลากหลายในโลก รวมทั้งมนุษย์ ด้วยสุขภาวะ แทนที่จะเป็นโรคภัย
ไวรัสจิ๋ว ๆ สามารถช่วยให้เราก้าวกระโดดเพื่อสร้างอารยธรรมโลกและระบบนิเวศที่อยู่บนฐานของความกลมกลืนกับธรรมชาติได้ หรือไม่เราก็อยู่ต่อไปในมายาแห่งการพิชิตธรรมชาติ และเคลื่อนรุดหน้าอย่างเร่งรีบไปสู่โรคระบาดต่อไป แล้วจากนั้นก็ไปสู่ความดับสูญ
โลกจะยังคงวิวัฒน์ต่อไป ไม่ว่าจะมีเราหรือไม่ก็ตาม
จาก A virus, humanity, and the earth
https://www.deccanherald.com/…/a-virus-humanity-and-the-ear…
Credit: Janpen Panyotai, Ramet Tanawangsri


[ad_2]

Source

[นวัตกรรมเกิดขึ้นได้ทุกแห่ง] เมื่อพระสงฆ์ 'สึกมาสร้าง' นวัตกรรมการฝึกสติที่เข้าถึง 62 ล้าน…

[ad_1]

[นวัตกรรมเกิดขึ้นได้ทุกแห่ง] เมื่อพระสงฆ์ 'สึกมาสร้าง' นวัตกรรมการฝึกสติที่เข้าถึง 62 ล้านคนใน 190 ประเทศ

ในวันวิสาขบูชานี้ เรามีเรื่องเล่าสนุก ๆ เกี่ยวกับสตาร์ทอัพชื่อ ‘Headspace’ ก่อตั้งโดยอดีต ‘พระสงฆ์’ ที่เคยบวชนานถึง 10 ปี ก่อนสึกออกมาผันตัวเป็นผู้ประกอบการที่มุ่งมั่นให้ ‘การฝึกสติ’ เข้าถึงคนในวงกว้าง ผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างแอพลิเคชัน – ชื่อของเขาคือ ‘Andy Puddicombe’

ในวัย 22 ปี Puddicombe เป็นนักศึกษาด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาที่ประเทศอังกฤษ แต่เมื่อเพื่อนและแฟนสาวของเขาประสบอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันจนเสียชีวิต เขาตัดสินใจลาออกด้วยความทุกข์ทรมาน และออกเดินทางไปยังอินเดีย เนปาล พม่า ไทย และเทือกเขาหิมาลัย เพื่อบวชและปฏิบัติธรรมให้รู้เท่าทันความทุกข์ ในช่วงเวลานี้ เขาได้ฝึกวิชา ‘การนั่งสมาธิ’ ซึ่งบางวันเขาฝึกยาวนานถึง 16 ชั่วโมงติดต่อกัน

หลังจากบวชนาน 10 ปี Puddicombe ตัดสินใจสึกและกลับมาที่ประเทศอังกฤษเพื่อให้คำแนะนำคนด้านการฝึกสติ จนเขาได้เจอกับ Rich Pierson ที่เข้ามาปรึกษาเขาด้วยความเครียดจากการทำงานในวงการโฆษณา ก่อนลงเอยสร้างธุรกิจใหม่ขึ้นมาด้วยกันในชื่อ ‘Headspace’

ตอนแรก Headspace เป็นบริษัทจัดอีเวนต์ แต่ทั้งคู่เห็นโอกาสในการขยายให้การฝึกสติเข้าถึงคนจำนวนมาก จึงสร้างและปล่อยแอพลิเคชันในชื่อเดียวกันที่ช่วยแนะนำวิธีการฝึกสติในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสำหรับการทำงาน การนอน ลดความเครียด คลายความกังวล ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย สั้น เป็นกันเอง

Headspace ได้รับความสนใจจากบริษัทยักษ์ใหญ่จำนวนมากที่ต้องการดูแลพนักงานของตน ทั้ง Google, Linkedin, General Electric และ Unilever และได้รับเงินลงทุนมามากกว่าพันล้านบาทแล้ว เปลี่ยนหลักการอายุนับพันปีที่คนอาจมองว่าเข้าถึงได้ยากให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น จนมีผู้ดาวน์โหลดแอพลิเคชันไปแล้วมากกว่า 62 ล้านคนใน 190 ประเทศ และมียอด Subscribers มากถึง 2 ล้านคน ก่อนครบรอบ 10 ปีของบริษัทในเดือนพฤษภาคมปี 2020 นี้

นี่ถือเป็นหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่านวัตกรรมสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกแขนง เพียงเราเข้าใจความต้องการของผู้คน และนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ ก็เกิดเป็นธุรกิจที่ตอบโจทย์ได้ เหมือน Headspace ที่เปลี่ยนวิธีการฝึกสติให้เข้าถึงคนทั่วโลก

📌คำถามชวนคิด: มีศาสตร์อะไรบ้างไหมที่เราสามารถคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ มาแก้ปัญหาได้?

#แปดบรรทัดครึ่ง


[ad_2]

Source

ประชาชนและประเทศอยู่รอด จากทั้งโรคโควิด และจากปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจ สมดุลทั้งทางสาธารณสุข สังคม …

[ad_1]

🇹🇭🇹🇭ประชาชนและประเทศอยู่รอด จากทั้งโรคโควิด และจากปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจ🇹🇭🇹🇭

💡สมดุลทั้งทางสาธารณสุข สังคม และเศรษฐกิจ

▶️สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ TDRI) โดยการสนับสนุนจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้จัดทำ
"TDRI Policy Pop up: ปราบการแพร่ระบาด Covid-19 มาตรการที่ต้องไม่ทุบธุรกิจและผู้คนไปด้วย"

📄เพื่อนำเสนอชุดข้อมูลจำนวนกลุ่มคนเปราะบางและบางธุรกิจที่เสี่ยงได้รับผลกระทบจากมาตรการ 'ทุบ’ และ ‘คลาย’ (The Hammer and The Dance) ซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ

แม้วันนี้รัฐบาลจะเริ่มผ่อนคลาย lockdown โดยพิจารณาจากผลสำเร็จในการรับมือการแพร่ระบาดโควิด-19 เป็นสำคัญ แต่ควรมีมาตรการเสริมในด้านเศรษฐกิจและสังคมควบคู่ไปด้วย เพื่อป้องกันหรือรองรับกลุ่มคนต่างๆ และภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการ 'ทุบ’ และ ‘คลาย’ ในแต่ละจังหวัดระดับที่ไม่เท่ากัน เช่น บางจังหวัดมี SMEs จำนวนมาก และบางจังหวัดพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวเป็นสำคัญ หรือในบางจังหวัดมีคนสูงวัย คนไร้บ้านจำนวนมาก เป็นต้น การพิจารณา ทุบ หรือ คลาย จำเป็นต้องพิจารณาควบคู่กับข้อมูลดังกล่าว เพื่อให้ธุรกิจและประชาชนรอดทั้งจากโควิด-19 และยังมีคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบอาชีพต่อไปได้

📲ใน web site Policy Pop Up สามารถเลือกกดดูข้อมูลละเอียดในแต่ละมิติรายจังหวัด
เพิ่มเติมใน https://tdri.or.th/covid19-people-business-impact/

ดาวน์โหลดไฟล์ได้ที่ : https://drive.google.com/…/1LqsKtUVI-MOsdjrChQAxxA5a3…/view…

#NoSecondWave





[ad_2]

Source

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์จัดคลินิกงานวิจัย ผ่านระบบประชุมออนไลน์ สำหรับนักวิจัยของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์จัดคลินิกงานวิจัย ผ่านระบบประชุมออนไลน์ สำหรับนักวิจัยของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย โดยมี พระสุธีรัตนบัณฑิต, รศ.ดร. ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ เป็นประธานในการตรวจสอบและแนะนำการปรับปรุงแก้ไขงานวิจัยปีงบ 60-62 ของนักวิจัยที่ลงทะเบียนและส่งเข้ามาเพื่อร่วมประชุมผ่านทางโปรแกรมออนไลน์ Google Meet ซึ่งอำนวยความสะดวกให้กับนักวิจัย ในช่วงสถานการณ์ควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19  ในวันที่ 27 เมษายน 2563 ตั้งแต่เวลา 09.30 – 17.30 น. ซึ่งมี โดยได้รับการตอบรับจากนักวิจัยและประสบผลสำเร็จในการใช้ระบบออนไลน์ได้เป็นอย่างดี