5 ภารกิจ อว. พลิกโฉมไทยก้าวไกลสู่ศตวรรษที่ 21 ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศ…

5 ภารกิจ อว. พลิกโฉมไทยก้าวไกลสู่ศตวรรษที่ 21

ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาตร์ วิจัยและนวัตกรรมและทีมงานทุกท่าน ได้ทำงานกันเต็มที่ วันนี้ขอมาสรุปภารกิจหลักที่อว. ที่ได้เริ่มวางรากฐานและเป็นกลไกขับเคลื่อนประเทศสู่ศตวรรษที่ 21 ดังนี้ครับ

1. ปฏิรูปสังคมไทย ไม่หยุดเรียนรู้ สร้างโอกาส สร้างอาชีพ สร้างการศึกษาครอบคลุมทุกช่วงวัย (Life Long Learning) ใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ บัณฑิต คนทำงาน และผู้สูงอายุ ตั้งแต่การพัฒนาหลักสูตร Re-skill Up-skill ยกระดับคนทำงาน สร้างหลักสูตรสำหรับผู้สูงวัย พร้อมดึงนิสิต นักศึกษา และบัณฑิต ลงพื้นที่เรียนรู้และร่วมพัฒนาชุมชน บัณฑิตมีงานทำ ชุมชนมีรายได้ ผ่านโครงการยุวชนสร้างชาติ ที่มี 3 เรื่องสำคัญคือ กองทุนยุวสตาร์ทอัพ อาสาประชารัฐ และบัณฑิตอาสา

2. สานพลังเอกชนลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ จับมือภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาเกษตรกรแห่งชาติ และสภาหอการค้าไทย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตร เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ด้วยการนำองค์ความรู้และบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีรวมถึงพลังนักศึกษาลงไปช่วยยกระดับให้เกษตรกรยกระดับเป็น smart farmer และพัฒนาพืชผล ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรให้มีคุณภาพและมาตฐานครับ

3. ปฏิรูปงานวิจัยและนวัตกรรมประเทศ ผลักดันงบวิจัยเพิ่มขึ้นเป็น 1.1% ต่อ GDP สร้างงานวิจัยตอบโจทย์ 4 ส่วน คือ พัฒนาคน (Brain power และ Man power) เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน สร้างความแข็งแกร่งเศรษฐกิจฐานรากเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และการวิจัยตอบโจทย์ท้าทายสังคมที่กำลังถาโถมอยู่ในขณะนี้ เช่น ปัญหาขยะ ภาวะโลกร้อน

4. ปลดล็อกมหาวิทยาลัย พลิกโฉมมหาวิทยาลัยไทย เข้าสู่ 100 อันดับแรกของโลก ผมตั้งคณะทำงานทบทวนกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ (มคอ.) และปรับวิธีขอตำแหน่งวิชาการให้เหมาะสม เพื่อให้อาจารย์สามารถทำงานตอบโจทย์ประเทศ ลดข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคต่อการปฎิรูปอุดมศึกษาและการพัฒนามหาวิทยาลัย พร้อมทำการแบ่งมหาวิทยาลัย เป็น 3 กลุ่ม กลุ่มสร้างองค์ความรู้ระดับโลก, กลุ่มเทคโนโลยี อุตสาหกรรม และนวัตกรรม และกลุ่มตอบโจทย์พื้นที่ในการพัฒนาชุมชนและท้องถิ่น เพื่อให้การพัฒนาของมหาวิทยาลัยแต่ละกลุ่มมีทิศทางและภารกิจที่ชัดเจนมากขึ้น

5. BCG in action (Bio – Circular – Green Economy) เรื่องนี้เป็นนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องใช้เวลาและการบูรณาการขับเคลื่อนร่วมกันทุกภาคส่วน ในส่วนของอว.นั้นเราเป็นกระทรวงต้นทางที่จะต้องพัฒนางานวิจัยและสร้างต้นแบบเพื่อให้ตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งทางอว.เองได้มีการนำร่องดำเนินการในเรื่องนี้มาระยะหนึ่งแล้ว โดยนโยบาย BCG มีเป้าหมายเพื่อสร้าง GDP ประเทศจาก 3.4 ล้านล้านบาท เป็น 4.4 ล้านล้านบาท ภายใน 5 ปี ครอบคลุม 4 ด้าน การเกษตรและอาหาร สุขภาพและการแพทย์ พลังงาน วัสดุและเคมีชีวภาพ และการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่อยากเรียนให้ทราบว่ากระทรวง อว. พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนงานภายใต้ภารกิจของเรา เพื่อให้ประเทศไทยก้าวไกลในศตวรรษที่ 21 ครับ

#อนาคตกำหนดได้ #FutureChanger #MHESI





Source

ไขข้อข้องใจ วิธีจัดสรรทุน Strategic Fund ปี 2564 . PMU เปิดรับคำขอ กรอบแนวคิด หรือข้อเสนอเบื้องต้น…

ไขข้อข้องใจ วิธีจัดสรรทุน Strategic Fund ปี 2564
.
PMU เปิดรับคำขอ กรอบแนวคิด หรือข้อเสนอเบื้องต้นจากหน่วยงาน จากนั้นจัดประชุม Consortium ร่วมกับหน่วยงาน ผู้ใช้ประโยชน์จากงานวิจัยทั้งภาคเอกชนและประชาสังคม เมื่อได้ผลสรุปจากที่ประชุมแล้ว PMU จะจัดทำคำของบประมาณของแต่ละ Program ตามที่รับผิดชอบ ยื่นต่อ สกสว. เพื่อให้ สกสว. ส่งเรื่องไปยัง กสว. ให้ผ่านกระบวนการพิจารณาการใช้เงินงบประมาณจาก กองทุน ววน. เมื่อได้เป็น พรบ. กองทุน ววน. (เล่มขาวคาดแดง) ออกมาแล้ว สกสว. จัดสรรงบประมาณให้ PMU ตาม Program ที่ได้รับมอบหมาย จากนั้น PMU จึงจัดสรรงบประมาณให้แก่ผู้รับทุน
.
ข้อมูลเพิ่มเติม คลิกลิงก์
https://www.tsri.or.th/…/SRI-Budget-Allocation-Timeline-2564
.
#สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #สกสว.
#ThailandScienceResearchandInnovation
#TSRI




Source

เกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย ทำไมมีเด็กจบใหม่เดินเตะฝุ่นว่างงานกันขนาดนี้

เกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย ทำไมมีเด็กจบใหม่เดินเตะฝุ่นว่างงานกันขนาดนี้

ประเทศอื่นเจอวิกฤตแบบนี้เหมือนกับบ้านเราบ้างไหมครับ งงมาก


Source

“UNESCO ย้ำ Basic Sciences สำคัญต่อการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อตอบเป้า SDGs” กำหนดให้ปี 2022 เป็นปีแห่ง…

💡“UNESCO ย้ำ Basic Sciences สำคัญต่อการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อตอบเป้า SDGs”
🎯กำหนดให้ปี 2022 เป็นปีแห่งการวิจัยพื้นฐานเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ที่ประชุมใหญ่สมัยสามัญครั้งที่ 40 (40th Session of the General Conference of UNESCO) เห็นชอบให้เสนอกำหนดให้มี International Year of Basic Sciences for Sustainable Development ในปี ค.ศ. 2022 (พ.ศ. 2565) ย้ำความสำคัญของ Basic Sciences สร้างความร่วมมือระดับสากลต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้ความสำคัญกับการวิจัยพื้นฐานร่วมกับการสนับสนุนการวิจัยตามยุทธศาสตร์ประเทศ พร้อมนำเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาใช้ในการผลักดันการพัฒนาประเทศให้เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยองค์ความรู้จากการวิจัยและการสร้างนวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์ท้าทายทางสังคม ให้ประเทศหลุดพ้นจากกับดักความขัดแย้ง กับดักความเหลื่อมล้ำและกับดักความไม่สมดุลของการพัฒนา และพร้อมปรับตัวรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยและสังคมโลกที่พลิกโฉมฉับพลันอย่างทันท่วงที

#UNESCO #SDGs #NRCT #MHESI #basicsciences




Source

เปิดรับข้อเสนอโครงการ (Concept Proposal) ปีงบประมาณ 2564 ผ่านระบบ NRMS ระหว่างวันที่ 16-30 พ.ย.62 …

📢 เปิดรับข้อเสนอโครงการ (Concept Proposal) ปีงบประมาณ 2564 ผ่านระบบ NRMS ระหว่างวันที่ 16-30 พ.ย.62 ▶️ รายละเอียดเพิ่มเติมที่ 📍 https://www.nrms.go.th/NewsEventDetail.aspx?nid=2259




Source

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์จัดประชุมสัมมนาและปฏิบัติการให้กับนักวิจัยเรื่องการจัดทำแผนงานวิจัย งปม.64 เพิ่มเติม

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์จัดประชุมสัมมนาและปฏิบัติการให้กับนักวิจัยเรื่องการจัดทำแผนวิจัย งปม.64 เพิ่มเติม โดยมีพระสุธีรัตนบัณฑิต, รศ,ดร. เป็นประธานในบรรยาย ให้คำแนะนำ รายละเอียดของแผนงานวิจัย ณ ห้องปฏิบัติการทางวิจัย ชั้น G สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 เวลา 09.00 – 17.00 น.

สถิติแผนงานวิจัย งปม.64