สถาบันวิจัย มจร ร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข

วันอังคารที่ ๒๖  กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณณาชวิทยาลัย สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่ายฯ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน ๑๗ องค์กร จัดให้มีงานประชุมสัมมนาเพื่อขับเคลื่อนโครงการ วัด ประชา รัฐ สร้างสุข ณ  อาคารหอประชุม มวก. ๔๘ พรรษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

โดยฝ่ายคณะสงฆ์ได้รับความเมตตาจากพระเดชพระคุณพระพรหมมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม และประธานคณะกรรมการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ฝ่ายสาธารณูปการ ของมหาเถรสมาคม เป็นประธานในการจัดงานกิจกรรมในครั้งนี้ และมีพระเดชพระคุณพระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี และเจ้าอาวาสวัดเขียนเขต (พระอารามหลวง)  ประธานคณะอนุกรรมการโครงการฯ กล่าวถวายรายงาน  พร้อมด้วย พระราชปริยัติกวี อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณณาชวิทยาลัย พันตำรวจโทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นายแพทย์ชาญวิทย์  วสันต์ธนารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สสส. ดร.พินิจ  บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี และ ดร.สุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมถวายสักการะ

ในงานดังกล่าว  พระสุธีรัตนบัณฑิต, รศ.ดร. ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ และเลขานุการคณะอนุกรรมการโครงการ วัด ประชา รัฐ สร้างสุข ได้บรรยายแผนยุทธศาสตร์และแนวปฏิบัติในการดำเนินโครงการฯ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานในปี ๒๕๖๒ – ๒๕๖๓ โดยมี มีวิสัยทัศน์ (Vision) “วัดสวยด้วยความสุข” มีพันธกิจ (Mission) ประกอบไปด้วย ๑. การพัฒนาพื้นที่ทางกายภาพของวัดและชุมชนให้สะอาด ร่มรื่น สวยงามเป็นสถานที่สัปปายะ ๒. การพัฒนาพื้นที่ทางสังคมและการเรียนรู้ของวัดและชุมชนด้วยวิถีวัฒนธรรมเชิงพุทธ ๓. การพัฒนาพื้นที่จิตใจและปัญญาของวัดและชุมชนตามแนวพระพุทธศาสนา มีค่านิยม (Core Value) ในโครงการ คือ “สร้างวัดในใจคน ” (Happiness Temple) ซึ่งการดำเนินงานใน ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ นี้ จะดำเนินการในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ – ๒๕๖๓ ขยายผล จำนวน ๑๐,๐๐๐ วัด นำไปสู่การพัฒนาพื้นที่ทางกายภาพของวัด จัดระบบ วางระเบียบวัด ให้เป็นพื้นที่สัปปายะ สำหรับพุทธศาสนิกชน เป็นรมณียสถานที่พร้อมใช้สำหรับการปฏิบัติธรรม เพื่อพัฒนาวัดทางด้านกายภาพ มีการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างเสริมสุขภาพ สร้างสัมพันธภาพที่ดีให้เกิดขึ้นระหว่าง พระสงฆ์ ชุมชน ตัวแทนชุมชน องค์กร ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมและภาคประชาชน นำไปสู่สังคมที่ดีต่อไป

ทั้งนี้ยังมี นายสุทธิพงษ์  จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ได้มอบนโยบายให้หน่วยงานในสังกัด ซึ่งเป็นกลไกการขับเคลื่อนโครงการฯ ภาคีที่มีความเข้มแข็งต่อการพัฒนาสังคมและความยั่งยืนของโครงการฯ เข้าร่วมโครงการฯ จำนวนกว่า ๗,๒๐๐ แห่งทั่วประเทศ ที่มั่งเน้นความร่วม
มือดำเนินโครงการฯ ด้วยแนวทาง 5 ส ที่ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมโดยวัดเป็นศูนย์กลางพัฒนา.

สำหรับโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุขฯ นั้น เป็นการดำเนินงานตามมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ ๒/๒๕๖๑ เรื่อง “ขอความเห็นชอบการดำเนินงานโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุขฯ” มอบหมายให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายผลการดำเนินการให้แพร่หลายผ่านเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์และเจ้าอาวาสวัดให้การสนับสนุนโครงการต่อไป และตามมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ ๑๔/๒๕๖๑ เรื่อง “ขอความเห็นชอบแนวทางการดำเนินโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข สู่การปฏิบัติระดับจังหวัด” เห็นชอบแนวทางการดำเนินโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข สู่การปฏิบัติระดับจังหวัด และให้เจ้าคณะจังหวัดและสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนำสู่การปฏิบัติในระดับจังหวัดต่อไป ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนตามแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ด้านสาธารณูปการ ของมหาเถรสมาคม อีกทั้งยังสอดคล้องกับการดำเนินงานโครงการชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ คือ ๑) เพื่อจัดระบบ วางระเบียบวัด ให้เป็นพื้นที่สัปปายะ สำหรับพุทธศาสนิกชน เป็นรมณียสถานที่พร้อมใช้สำหรับการปฏิบัติธรรม ๒) เพื่อสร้างสัมพันธภาพที่ดีให้เกิดขึ้นระหว่างพระสงฆ์ ชุมชน ตัวแทนชุมชน องค์กร ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมและภาคประชาชน ให้เกิดความเข้มแข็ง ๓) เพื่อใช้แนวทาง “๕ ส” พัฒนาวัดด้านกายภาพในการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างเสริมสุขภาพ นำไปสู่สังคมที่ดี รวมถึงกิจกรรมเชิงพุทธ โดยก่อให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างวัดกับชุมชน ทำให้พระมีสุขภาพแข็งแรง วัดมีความมั่นคง ชุมชนมีความเข้มแข็ง ๔) เพื่อใช้กลไกประชารัฐในการขับเคลื่อน โดยการนำทุกภาคส่วนมาร่วมกันพัฒนาวัด เพื่อให้วัดเป็นศูนย์กลางชุมชนอย่างมั่นคงและยั่งยืน ๕) เพื่อขยายผลดำเนินงานสู่โครงการวัดพัฒนาตัวอย่างดีเด่น วัดพัฒนาตัวอย่างและอุทยานการศึกษาในวัด