สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) รับข้อเสนอทุนวิจัยและนวัตกรรมในประเด็นสำคัญของประเทศ ประจำปีงบประมาณ 2563 (ครั้งที่ 1)

256207051034176997796
ดาวน์โหลดไฟล์ที่เกี่ยวข้อง :
1_สำเนาประกาศสำนักงาน.pdf
2_คุ่มือรับทุนวิจัยและนวัตกรรม.pdf
3_หนังสือรับรองการแผนงานวิจัย.pdf
4_หนังสือรับรองโครงการวิจัยเดี่ยว-ย่อย .pdf
5_หนังสือรับรองการนำผลงานไปใช้ประโยชน์ (แบบ.pdf
6_หนังสือรับรองการเป็นที่ปรึกษา (แบบ วช. 3) (ถ้.pdf

Proceedings of The 10th International Buddhist Research Seminar

ตามที่สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ ร่วมกับ วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน ได้จัดการประชุมวิชาการ the 10th International Buddhist Research Seminar และ การประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่  3 ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2562 ณ วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน บัดนี้ทางสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ได้จัดทำเอกสารรายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการ (Proceedings)บทความภาษาอังกฤษ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้จากลิ้งค์ข้างล่าง

ดาวน์โหลด

สถาบันวิจัยฯ ประชุมเตรียมความพร้อม จัดการประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ ครั้งที่ 10

วันที่ 20 เมษายน 2562 พระสุธีรัตนบัณฑิต, รศ.ดร. ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ กำหนดจัดประชุมเตรียมความพร้อมจัดการประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ The 10th International Buddhist Research Seminar “Nan : The City of Buddhism towards Dhamma & World Heritage” ภายใต้หัวข้อ “นครน่าน : นครพระพุทธศาสนา มรดกธรรมสู่มรดกโลก”เพื่อหารือและเตรียมความพร้อมวันงานจัดประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติดังกล่าว อาทิ การจัดเตรียมสถานที่การนำเสนอผลงาน การมอบหมายภาระหน้าที่ผู้รับผิดชอบการดำเนินงานของแต่ละฝ่าย และวาระอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีคณะกรรมการดำเนินงาน จากวิทยาลัยสงฆ์นครน่าน ศูนย์อาเซียนศึกษา และสถาบันภาษา เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ อาคารสำนักหอสมุดและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อยุธยา ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

สำหรับการประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ ครั้งที่ 10 ( INC2019 ) กำหนดจัดขึ้นในวันพุธที่ 15 พฤษภาคม 2562 ณ วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมการประชุมได้ตามกำหนด วัน และสถานที่ดังกล่าว

รายละเอียดเพิ่มเติม www.mcucon.com/nic2019/
อีเมล์ mcunaninc2019@gmail.com
ติดต่อสอบถาม +66 5460 1063

 

ข่าว / ภาพ – สุกิจจ์  บุตรเคน

 

รับสมัครฝึกอบรม “สร้างนักวิจัยรุ่นใหม่” ลูกไก่ รุ่นที่ 11 วันที่ 19-23 พ.ค. 2562

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย โดยสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์
ขอเชิญผู้สนใจเข้าอบรม “สร้างนักวิจัยรุ่นใหม่” (ลูกไก่) รุ่นที่ 11
ในระหว่างวันที่ 19 – 23 พฤษภาคม 2562
ณ สถาบันพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา ต.ไร่ขิง อ.สามพราน จ.นครปฐม

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ “การพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัย”กับ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยหวังให้มีการส่งเสริมนักวิจัยที่อยู่ในระบบวิจัยให้มีความเป็นมืออาชีพในด้านการวิจัยมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการจัดกิจกรรมนี้มาแล้ว 10 ครั้ง และได้รับความสนใจอย่างดีเสมอมา

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าอบรมได้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป (จนกว่าจะครบจำนวน) สำหรับข้าราชการ พนักงานและบุคลากรของรัฐสามารถเข้ารับการฝึกอบรมได้โดยไม่ถือเป็นวันลา และมีสิทธิ์เบิกค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จากต้นสังกัด ตามระเบียบข้าราชการ

((สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัครเดช พรหมกัลป์ 082 945 9584 ))

คุณสมบัติผู้เข้ารับการฝึกอบรม
เป็นอาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย ในหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน โดยมีคุณสมบัติ ดังนี้
1. มีสัญชาติไทย อายุไม่เกิน 50 ปี
2. มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า
3. มีประสบการณ์การทำงานในหน่วยงานไม่น้อยกว่า 2 ปี
4. มีความรู้ และทักษะในการใช้คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต
5. เป็นผู้ที่สนใจจริงและมุ่งมั่นในการเข้ารับการฝึกอบรม สามารถเข้ารับการฝึกอบรมได้ตลอดหลักสูตร และได้รับอนุมัติจากหน่วยงานต้นสังกัด
6. ไม่เป็นนิสิตหรือนักศึกษาที่กำลังศึกษาในระดับปริญญาโทหรือเอกในมหาวิทยาลัยที่ดำเนินการจัด
7. นอกเหนือจากคุณสมบัติข้างต้นการพิจารณาคัดเลือกจะอยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการมหาวิทยาลัย และคณะวิทยากร “แม่ไก่” รุ่นที่ 11

หลักฐานประกอบการสมัคร
1. แบบฟอร์มใบสมัครที่ผู้สมัครกรอกข้อมูลครบถ้วนชัดเจน
2. รูปถ่ายสี สำหรับติดใบสมัครขนาดไม่เกิน 2 นิ้ว จำนวน 1 รูป ถ่ายไว้ไม่เกิน 1 ปี
3. สำเนาบัตรประชาชน หรือบัตรข้าราชการ/บัตรเจ้าหน้าที่ของรัฐ/บัตรรัฐวิสาหกิจ

Download เอกสารที่เกี่ยวข้อง

–  ใบสมัครเข้ารับการฝึกอบรม 

โครงการ “สร้างนักวิจัยรุ่นใหม่” (ลูกไก่) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562

กำหนดการฝึกอบรม-สร้างนักวิจัยรุ่นใหม่-รุ่นที่-11

ส่งใบสมัครได้ที่ mcut4t@gmail.com

มจร. นำเทคโนโลยีการป้องกันและแก้ไขปัญหาสารพิษจากโครงการวิจัยใช้จริง

ปัญหามลพิษนั้นดูจะคลืบคลานเข้ามาใกล้ชีวิตมนุษย์เราทุกที เหมือนความตายหยั่งไงก็อย่างนั้น …

นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 จากรายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศโลกปี พ.ศ. 2561 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงสถานการณ์มลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5)ในปี 2561 ที่กระจายตัวอย่างกว้างขวาง แต่ไม่เท่ากันในแต่ละพื้นที่ กอร์ปกับประชาชนยังถูกจำกัดในการเข้าถึงข้อมูล ในปี พ.ศ. 2561 ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 23 ของโลก ในฐานะประเทศที่มีความเข้มข้นเฉลี่ยรายปีของ PM2.5 มากที่สุด หากเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยมีค่าคุณภาพอากาศที่แย่เป็นอันดับ 3 รองจากอินโดนีเซียและเวียดนาม มี 10 จังหวัดในไทยที่ติดอยู่ในการจัดอันดับ 15 เมืองที่มีมลพิษ PM2.5 สูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การจัดอันดับเมืองที่มีมลพิษสูงสุดในโลกนี้ จัดทำขึ้นโดย IQAir AirVisual ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกระบุไว้ว่า 9 ใน 10 คนทั่วโลกกําลังหายใจเอามลพิษทางอากาศเข้าสู่ร่างกาย เราทุกคนที่อาศัยอยู่ในเมืองมลพิษล้วนเสี่ยงที่จะเป็นหนึ่งใน 9 คนนั้น ประเทศที่มีมลพิษทางอากาศเป็นอันดับหนึ่ง คือ บังคลาเทศ ขณะที่หากนับเป็นเมืองแล้ว เมืองเดลี ประเทศอินเดียอยู่อันดับหนึ่ง และกรุงเทพฯอยู่อันดับที่ 24

รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศโลก พ.ศ.2561

จากปัญหาดังกล่าว จึงเกิดการวิจัยระหว่างมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ศึกษาและค้นคว้าในโครงการวิจัย เรื่อง “เทคโนโลยีการป้องกันและแก้ไขปัญหาสารพิษไดออกซินจากการเผาศพ” โดยใช้ “สารไกอา เอช” หรือ “สารวิมุตติ” มาทดลองใช้ในการเผาศพ ที่ดำเนินการมาตั้งแต่เดือน เมษายน – ตุลาคม 2559 เพราะการฌาปนกิจ หรือ การเผาศพแต่ละครั้ง นอกจากร่างศพ ยังมีโลงศพ เสื้อผ้า ข้าวของหลายชิ้นที่ญาติใส่ลงไปในโลงตามความเชื่อของพิธีกรรมทางศาสนา ประกอบกับการเผาศพแต่ละครั้งมีเกณฑ์กำหนดให้ใช้ความร้อน 900 ถึง 1,000 องศาเซลเซียส จึงทำให้เกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ขึ้น ส่งผลให้เกิดสารมลพิษหลายชนิดปะปนออกมาพร้อมกับควัน โดยเฉพาะสารที่เป็นอันตรายมากที่สุด คือสารไดออกซิน และสารฟิวแรน ซึ่งเป็นสารก่อโรคมะเร็ง มีผลกระทบต่อระบบประสาท ภูมิคุ้มกันและระบบสืบพันธุ์ โดยผลวิจัยยังพบอีกว่า ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเผาศพที่ปล่อยสารไดออกซินในระยะรัศมี 5 กิโลเมตร คือ พระภิกษุ สามเณร สัปเหร่อ ประชาชน และโรงเรียนที่อยู่รอบบริเวณวัด

วัดสุทธิวราราม นำร่องนำสารไกอา เอช มาใช้เป็นแห่งแรกโดยอัดแท่งเย็บติดกับผ้าห่ม บางส่วนบรรจุในดอกไม้จันทน์ และบรรจุในพวงหรีด ผลลัพธ์ที่ได้จะช่วยและดีต่อสิ่งแวดล้อม แต่การใช้สารไกอา เอชในการเผาศพต้องขึ้นอยู่กับความสมัครใจของญาติผู้เสียชีวิต เพราะสารชนิดนี้ ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แต่นักวิจัยอยู่ระหว่างคิดค้น หาสารที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกันมาใช้ทดแทนได้

ในปัจจุบันความสนใจในเรื่องมลพิษทางอากาศ กับการพัฒนาเมืองนั้นเป็นเรื่องใหญ่ หลายประเทศอย่างจีน และอินเดีย พยายามจะแก้ปัญหาเรื่องเหล่านี้มากขึ้น เพราะเริ่มตระหนักแล้วว่าการพัฒนาเมือง หรือการปล่อยให้เกิดการะพัฒนาเมืองอย่างไร้มาตรฐาน และการวางแผนป้องกันปัญหา จะทำให้เกิดทั้งปัญหาสุขภาพกับประชาชนในเมือง และทำให้เกิดต้นทุนมหาศลในการพัฒนา

 

ที่มา Green Report : เผาศพ ลดควันพิษปะปนในอากาศ

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ประชุมคณะกรรมการ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๒

วันอังคารที่ ๑๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ เวลา ๑๓.๐๐ น. ณ ห้องประชุมสถาบันวิจัยพุธศาสตร์  อาคารสำนักหอสมุดและเทคโนโลยี ชั้น ๓ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อยุธยา (วังน้อย) 

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้มีการประชุมคณะกรรมการประจำสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๒ โดยมีพระเมธีธรรมาจารย์, รศ.ดร. รองอธิการฝ่ายวางแผนและพัฒนา เป็นประธานในการประชุม ร่วมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภายนอก ประกอบด้วย
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
รศ.ดร.กุหลาบ รัตนสัจธรรม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ ผู้อำนวยการสถาบันไทยพัฒน์
รองศาสตราจารย์ ดร.สุรพล สุยะพรหม รองอธิการฝ่ายกิจการทั่วไป

โดยมี พระสุธีรัตนบัณฑิต, รศ.ดร. ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ เป็น เลขานุการ
การประชุมดังกล่าว ที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ – ๒๕๖๒ และและมีมติเห็นชอบขยายเวลาดำเนินการโครงการวิจัยในแต่ละปีงบประมาณออกไป ทั้งนี้ ต้องมีการรายงานผลสรุปสภาพงานวิจัย ปีงบประมาณ ๒๕๕๗-๒๕๖๒ ด้วย

 

การนี้ พระสุธีรัตนบัณฑิต มอบหมายให้ พระมหาเสรีชน นริสฺสโร ผู้อำนวยการส่วนงานบริหาร รายงานการจัดงานประชุมวิชาการวิชาการระดับชาติและนานาชาติ โดยในครั้งนี้ จัดเป็นครั้งที่ ๓ (สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มจร ครั้งที่ ๑๐) ภายใต้หัวข้อเรื่อง “นครน่าน : นครพระพุทธศาสนา สู่มรดกธรรม มรดกโลก” (NAN : The City of Buddhism Towards Dhamma and World Heritage) ระหว่างวันที่ ๑๕-๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ณ วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน เฉลิมพระเกียรติฯ ต.ฝายแก้ว อ.ภูเพียง จ.น่าน มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ผลงานทางวิชาการสู่สาธารณะด้วยการตีพิมพ์ทางวิชาการด้านวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาจิตใจและสังคมอย่างยั่งยืน และเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ มุมมองในประเด็นที่เกี่ยวข้องของนักวิชาการและนิสิตผ่านบทความเชิงวิชาการและงานวิจัย

ทั้งนี้ นายธนันท์รัฐ ประเสริฐศิลป์ รองผู้อำนวยการ  ได้แจ้งเรื่อง ผลการตรวจสอบการรายงานผลการดำเนินการ ของหน่วยรับงบประมาณ ปี งปม. ๖๑ ในระบบ NRMS โครงการและปรับสถานะโครงการให้เรียบร้อย จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง